ARTICLE 14 · APP · 2026-10-21

20 คำถามที่พบบ่อยก่อนจ้างทำแอปและระบบ AI

ก่อนเซ็นสัญญาทำแอป เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ถามคำถามชุดเดียวกัน ราคาขึ้นกับอะไร ใช้กี่สัปดาห์ ขึ้นสโตร์นานไหม และหลังส่งมอบใครดูแล คำตอบด้านล่างสั้น และทุกข้อมีลิงก์ไปหน้าที่อธิบายเต็ม

20 คำถามที่พบบ่อยก่อนจ้างทำแอปและระบบ AI
อ่านแบบสั้น
  • ราคาและเวลาขึ้นกับจำนวนหน้าจอ ระบบที่ต้องเชื่อม และงาน AI ขอให้ใบเสนอราคาระบุขอบเขต วันส่ง และค่าใช้จ่ายรายเดือนหลังเปิดใช้ไว้ในฉบับเดียว
  • เปิดบัญชีเซิร์ฟเวอร์ บัญชี AI และบัญชีนักพัฒนาของ App Store กับ Google Play ในชื่อบริษัทคุณตั้งแต่สัปดาห์แรก
  • เขียนเรื่องความเป็นเจ้าของซอร์สโค้ดไว้ในสัญญา และขอดูแอปที่ใช้งานได้จริงทุกสัปดาห์ระหว่างพัฒนา

คำถามที่เจ้าของธุรกิจถามก่อนเซ็นสัญญาทำแอป

คำถาม 20 ข้อนี้มาจากสองที่ คำที่คนไทยพิมพ์ค้นใน Google ก่อนจ้างทำแอป และคำถามที่ลูกค้าถามเราก่อนเซ็นสัญญา เราแบ่งเป็นสี่กลุ่ม ราคาและเวลา ขอบเขตและเทคโนโลยี การทำงานร่วมกัน และหลังส่งมอบ แต่ละข้อตอบสั้น ๆ แล้วมีลิงก์ไปหน้าที่อธิบายเต็ม

คำถามเรื่องราคา เราตอบด้วยปัจจัยที่ทำให้ราคาขึ้นลง เพราะแอปสองตัวที่ฟังดูคล้ายกันอาจมีจำนวนหน้าจอและระบบที่ต้องเชื่อมต่างกันมาก ถ้าอยากได้ตัวเลขคร่าว ๆ ของโจทย์คุณเอง เล่าให้ Dream ในหน้าแชตฟังได้ หน้านี้เป็นบทที่ 9 ของคู่มือ AI สำหรับธุรกิจ ประโยชน์ วิธีทำงาน และขั้นตอนสร้างระบบ

ราคาและเวลา

1. จ้างทำแอปราคาเท่าไหร่ ขึ้นกับอะไรบ้าง?

ราคาขึ้นกับจำนวนหน้าจอและขั้นตอนที่ผู้ใช้ต้องทำ ฟีเจอร์ AI ที่ใส่ และระบบเดิมที่ต้องเชื่อม โดยเราออกใบเสนอราคาตายตัวหลังคุณอนุมัติ Prototype

อ่านต่อ: ค่าจ้างทำเว็บไซต์และแอปขึ้นกับอะไรบ้าง ก่อนขอใบเสนอราคา

2. ทำแอปใช้เวลากี่สัปดาห์?

เว็บแอปส่วนใหญ่ใช้ 4 ถึง 8 สัปดาห์ ส่วนแอปบนมือถือ ระยะเวลาขึ้นกับจำนวนหน้าจอและระบบที่ต้องเชื่อม งานใหญ่แบ่งเป็นเฟส และวันส่งเขียนไว้ในใบเสนอราคาก่อนเริ่มงาน

อ่านต่อ: พัฒนาแอปพลิเคชัน AI: คำถามที่พบบ่อย

3. ส่งแอปขึ้น App Store และ Google Play ใช้เวลาตรวจนานเท่าไหร่?

Apple ระบุว่าตามปกติตรวจแอปที่ส่งเข้ามาได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งภายใน 24 ชั่วโมง และร้อยละ 90 ภายใน 48 ชั่วโมง ส่วน Google ระบุว่าบัญชีนักพัฒนาบางประเภทอาจรอตรวจนานถึง 7 วัน หรือนานกว่านั้นในบางกรณี ถ้าแอปไม่ผ่าน ทีมพัฒนาแก้ตามเหตุผลที่สโตร์แจ้งแล้วส่งใหม่ และการอัปเดตทุกครั้งต้องผ่านการตรวจอีกรอบ บัญชีนักพัฒนาควรเปิดในชื่อบริษัทตั้งแต่สัปดาห์แรก เพราะ Apple ขอเลข D-U-N-S ของนิติบุคคล และบัญชี Google Play แบบบุคคลที่เปิดใหม่ต้องให้ผู้ทดสอบอย่างน้อย 12 คนทดลองต่อเนื่อง 14 วันก่อนเผยแพร่

อ่านต่อ: จ้างทำแอปพลิเคชัน 7 ขั้นตอน ตั้งแต่ไอเดียถึงขึ้น Store

4. หลังส่งมอบแล้ว มีค่าดูแลแอปไหม?

มี ถ้าคุณเลือกให้เราดูแลต่อ ด้วยแผนดูแลรายเดือนที่ระบุขอบเขตไว้ในใบเสนอราคา แอปต้องอัปเดตอย่างน้อยปีละครั้ง เพราะระบบปฏิบัติการออกเวอร์ชันใหม่ทุกปี และ Google Play กำหนดให้แอปรองรับ Android รุ่นใหม่ตามเกณฑ์ ไม่เช่นนั้นผู้ใช้ใหม่ที่ใช้เครื่องรุ่นใหม่จะติดตั้งไม่ได้

อ่านต่อ: พัฒนาแอปพลิเคชัน AI: สิ่งที่ได้ตอนส่งมอบ

5. ค่าเซิร์ฟเวอร์และค่าใช้งาน AI ใครเป็นคนจ่าย?

เจ้าของแอปเป็นผู้จ่าย บนบัญชีของคุณหรือของเรา ตามที่ตกลงในสัญญา ได้แก่ ค่าเซิร์ฟเวอร์และฐานข้อมูลบน Cloud ค่าใช้งานโมเดล AI ค่าสมาชิก Apple Developer Program รายปี ค่าลงทะเบียน Google Play ซึ่งจ่ายครั้งเดียว และบริการเสริมอย่างแผนที่หรือ SMS ค่า AI คิดตามจำนวนครั้งที่เรียกใช้และความยาวของข้อความหรือเอกสารที่ส่งให้โมเดลอ่าน เราจึงประเมินปริมาณใช้งานต่อเดือนให้ก่อนเริ่มงาน

อ่านต่อ: ทำ AI Agent ราคาเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายขึ้นกับอะไรบ้าง

ขอบเขตและเทคโนโลยี

6. ควรทำแอป เว็บแอป หรือ LINE Mini App?

ทำเว็บแอปเมื่อผู้ใช้หลักเป็นพนักงานที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ หรือคุณต้องการแก้ระบบได้ทันทีโดยไม่ต้องรอสโตร์ตรวจ ทำแอปเมื่อลูกค้าเปิดใช้บ่อยและต้องใช้กล้อง GPS หรือการแจ้งเตือนแบบ Push ทำ LINE Mini App เมื่ออยากให้ลูกค้าสั่งซื้อ จองคิว หรือสะสมแต้มได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งอะไร

อ่านต่อ: LINE Mini App (LIFF)

7. ใช้ Flutter หรือ React Native?

เราเลือก Native หรือ Cross-Platform ตามงาน และถ้าเป็น Cross-Platform จะเลือก Flutter หรือ React Native ตามทีมที่จะดูแลต่อและระบบที่ต้องเชื่อม

อ่านต่อ: พัฒนาแอปพลิเคชัน AI: Native หรือ Cross-Platform

8. ทำแอป iOS และ Android พร้อมกันได้ไหม?

ได้ โค้ดชุดเดียวส่งขึ้นทั้ง App Store และ Google Play ในรอบเดียวกัน แต่สองสโตร์ตรวจแยกกัน วันเผยแพร่จึงอาจต่างกันเล็กน้อยตามข้อ 3

อ่านต่อ: พัฒนาแอปพลิเคชัน AI: คำถามที่พบบ่อย

9. ใส่ AI อะไรในแอปได้บ้าง?

ที่ใช้บ่อยคือผู้ช่วยแชตที่ตอบจากเอกสารของบริษัท การค้นหาและแนะนำสินค้า การอ่านเอกสารและรูปภาพด้วย OCR และการสั่งงานด้วยเสียง โดยแต่ละอย่างทำงานด้วย LLM และ RAG

อ่านต่อ: แอป AI ทำงานอย่างไร LLM, RAG และ AI Agent อธิบายด้วยแอปจริง

10. AI ในแอปจะตอบผิดไหม และควบคุมอย่างไร?

ตอบผิดได้ เราจึงให้ AI ตอบจากเอกสารที่คุณอนุมัติด้วย RAG ตั้ง Guardrail ไม่ให้ตอบนอกขอบเขต ส่งต่อให้พนักงานเมื่อไม่แน่ใจ และทดสอบด้วยคำถามจริงของลูกค้าก่อนเปิดใช้

อ่านต่อ: AI Agent & Chatbot: คำถามที่พบบ่อย

11. ข้อมูลลูกค้าปลอดภัยไหม และทำตาม PDPA อย่างไร?

เราจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA และทำงานภายใต้ NDA ถ้าข้อมูลออกนอกบริษัทไม่ได้ ระบบ AI ติดตั้งในองค์กรได้ตามข้อ 12

อ่านต่อ: เมื่อพนักงานวางข้อมูลลูกค้าลง ChatGPT: ทางเลือก Private AI

12. ติดตั้งระบบในองค์กร (On-Premise) ได้ไหม?

ได้ เราติดตั้งระบบหลังบ้านและโมเดล AI บนเซิร์ฟเวอร์ของคุณเองในรูปแบบ Private LLM ข้อมูลจึงไม่ออกนอกองค์กร

อ่านต่อ: Private LLM

การทำงานร่วมกัน

13. ก่อนคุยกับผู้พัฒนา ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

เตรียมปัญหาที่อยากแก้ คนที่จะใช้แอป ระบบเดิมที่ต้องเชื่อม และตัวอย่างเอกสารหรือหน้าจอที่ใช้อยู่วันนี้ก็พอ ส่วน Spec ทางเทคนิคเราเขียนร่วมกับคุณระหว่างทำ Prototype

อ่านต่อ: ก่อนจ้างบริษัทพัฒนา AI ต้องเตรียมอะไรบ้าง

14. ขั้นตอนการทำงานเป็นอย่างไร?

งานของเราแบ่งเป็นห้าขั้น ทำความเข้าใจงาน ออกแบบจนคุณอนุมัติ Prototype พัฒนาเป็นสปรินต์พร้อมเดโมทุกสัปดาห์ ทดสอบ แล้วเปิดใช้และดูแลต่อด้วยแผนรายเดือน

อ่านต่อ: จ้างทำแอปพลิเคชัน 7 ขั้นตอน ตั้งแต่ไอเดียถึงขึ้น Store

15. ระหว่างพัฒนา เห็นงานได้ไหม?

เห็นได้ตั้งแต่ก่อนเขียนโค้ด คุณกดลองใช้ Prototype และอนุมัติหน้าจอก่อน จากนั้นทุกสัปดาห์คุณได้ดูเดโมจากระบบที่ทำงานได้จริง

อ่านต่อ: มาตรฐานการพัฒนาระบบระดับ Production

16. ทีมที่ทำเป็นพนักงานของบริษัทเอง หรือจ้างต่อ?

ทีมของ DNA Maker ทำเองทั้งหมด เราไม่ส่งงานต่อให้บริษัทอื่นหรือฟรีแลนซ์ และคนที่คุยกับคุณในวันแรกคือคนที่ทำงานนั้นจริง

อ่านต่อ: รับเขียนโปรแกรมและพัฒนาซอฟต์แวร์ตามความต้องการ

หลังส่งมอบ

17. ใครเป็นเจ้าของซอร์สโค้ด?

เราส่งมอบซอร์สโค้ดและเอกสารระบบตามขอบเขตในสัญญา ส่วนแอปเผยแพร่บนบัญชีนักพัฒนาของคุณหรือของเรา ตามที่ตกลงในสัญญา

อ่านต่อ: พัฒนาแอปพลิเคชัน AI: ใครเป็นเจ้าของซอร์สโค้ด

18. รับช่วงต่อแอปที่บริษัทอื่นทำไว้ได้ไหม?

ได้ เราตรวจโค้ดและเอกสารที่มีอยู่ก่อน แล้วจึงเสนอขอบเขตงานและราคา สำหรับแอป ให้ขอสี่อย่างจากทีมเดิม ซอร์สโค้ดล่าสุด เอกสารที่มี สิทธิ์เข้าเซิร์ฟเวอร์และฐานข้อมูล และบัญชีสโตร์ที่แอปอยู่ ถ้าแอปอยู่ในบัญชีของทีมเดิม ทั้ง Apple และ Google มีขั้นตอนโอนแอปมาบัญชีบริษัทคุณโดยไม่ต้องถอดแอปออกจากสโตร์

อ่านต่อ: รับช่วงต่อระบบที่ทีมอื่นเขียนไว้

19. เพิ่มฟีเจอร์ภายหลังได้ไหม?

ได้ และเราแนะนำให้เวอร์ชันแรกมีเฉพาะสิ่งที่ผู้ใช้ต้องใช้จริง แล้วเลือกฟีเจอร์ถัดไปจากข้อมูลใน Analytics ที่ติดตั้งตั้งแต่วันเปิดตัว ฟีเจอร์ชุดใหม่แต่ละชุดมีขอบเขตและราคาตายตัว งานใหญ่เราเสนอเฟสแรกที่เล็กกว่าให้เลือกเสมอ และเพราะทุกการอัปเดตต้องผ่านการตรวจของสโตร์อีกครั้งตามข้อ 3 จึงควรรวมการเปลี่ยนแปลงเป็นรอบ

อ่านต่อ: เริ่มจากระบบเล็ก ๆ ก่อนได้ไหม

20. มีผลงานให้ดูไหม?

มี ทีมเดียวกันนี้ทำโปรเจกต์มาแล้วกว่า 500 งานให้ธนาคาร โรงพยาบาล และกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของไทย ในหน้าผลงานมีแอปจัดการการอบรมแพทย์ของ BDMS MSO และต้นแบบแอปขนส่ง SCG Express ส่วน School Plus มีเดโมให้ลองในหน้าระบบบริหารโรงเรียน

อ่านต่อ: ผลงานของเรา

DNA MAKER · APP

คำตอบที่เราเขียนลงในใบเสนอราคา

คำถามส่วนใหญ่ในหน้านี้ตอบได้ชัดเมื่อรู้ว่าใครจะใช้แอปและใช้ทำอะไร DNA Maker เริ่มจากคุยกับคนที่จะใช้งานจริง ฝ่ายขาย ฝ่ายบริการ หรือพนักงานหน้างาน แล้วเขียนออกมาเป็นขั้นตอนการใช้งาน ระบบที่ต้องเชื่อม และจุดที่ AI ต้องหยุดให้คนตัดสิน ขอบเขต วันส่ง และราคาจึงคงที่ก่อนเริ่มเขียนโค้ด

คุณกดลองใช้ Prototype ก่อนอนุมัติ และเห็นเดโมที่ใช้งานได้ทุกสัปดาห์ ทีมที่ทำเป็นทีมของเราเองทั้งหมด ไม่มีการจ้างช่วง เราทำแอป iOS และ Android ที่มี AI เว็บแอป หรือ LINE Mini App ที่ต่อกับระบบที่คุณใช้อยู่ และส่งมอบ Source Code ตามขอบเขต ดูรายละเอียดที่หน้า พัฒนาแอปพลิเคชัน AI หรือเล่าโจทย์ให้ Dream ในหน้าแชตฟัง แล้วรับราคาประเมินภายในไม่กี่นาที

คลังคำศัพท์การพัฒนาซอฟต์แวร์

คำศัพท์คืออะไรตัวอย่างที่เข้าใจง่ายคำถามที่ผู้บริหารควรถามทีมพัฒนา
Prototypeหน้าจอจำลองที่กดลองได้ ก่อนเริ่มเขียนโค้ดจริงฝ่ายขายกดลองขั้นตอนสั่งซื้อบนมือถือ แล้วขอย้ายปุ่มก่อนอนุมัติPrototype ครอบคลุมทุกขั้นตอนที่ผู้ใช้ทำ หรือเฉพาะหน้าหลัก?
RAGวิธีให้ AI ค้นเอกสารของบริษัทก่อนตอบ แทนการตอบจากความจำของโมเดลผู้ช่วยในแอปตอบเรื่องการรับประกันจากคู่มือสินค้าฉบับล่าสุดเมื่อเอกสารเปลี่ยน คำตอบของ AI เปลี่ยนตามภายในกี่วัน และใครเป็นคนอัปเดต?
Guardrailกฎที่ตรวจคำถามและคำตอบของ AI และหยุดเมื่อออกนอกขอบเขตAI ไม่ตอบเรื่องราคาพิเศษ และส่งให้พนักงานขายแทนเมื่อ AI ไม่แน่ใจ ระบบส่งต่อให้ใคร และเราเห็นบันทึกได้ไหม?
Source Code Ownershipสิทธิ์ในโค้ดและเอกสารของระบบ ตามที่ระบุไว้ในสัญญาหลังงวดสุดท้าย บริษัทได้โค้ดทั้งหมดในบัญชี Git ของตัวเองสัญญาระบุไหมว่าโค้ดส่วนไหนเป็นของเรา และส่วนไหนเป็น Library ที่ใช้ร่วม?
Vendor Lock-Inสภาพที่เปลี่ยนผู้ดูแลระบบไม่ได้ เพราะโค้ด บัญชี หรือความรู้อยู่กับผู้ขายรายเดียวแอปอยู่ในบัญชีสโตร์ของผู้พัฒนา เปลี่ยนทีมทีไรต้องขอสิทธิ์ทุกครั้งถ้าวันหนึ่งเราเปลี่ยนทีม ต้องขออะไรจากทีมเดิมบ้าง?
ลองทำพรุ่งนี้: หยิบกระดาษหนึ่งแผ่น เขียนบัญชีห้าอย่างที่แอปของคุณใช้อยู่หรือจะใช้ เซิร์ฟเวอร์ ฐานข้อมูล ผู้ให้บริการ AI บัญชีนักพัฒนา Apple และบัญชี Google Play แล้วเขียนข้างแต่ละบรรทัดว่าบัญชีนั้นอยู่ในชื่อใคร และใครถือรหัสผ่าน บรรทัดไหนเป็นชื่อบุคคลหรือชื่อบริษัทผู้พัฒนา ให้ถามผู้พัฒนาว่าจะย้ายมาเป็นชื่อบริษัทคุณเมื่อไร โดยใช้ข้อ 5 และข้อ 17 ข้างบนเป็นคำถามตั้งต้น