- ราคาเว็บไซต์หรือแอปคือผลรวมของสิ่งที่คุณเลือก หน้าจอ แพลตฟอร์ม ระบบที่ต้องเชื่อม ภาษา และใครดูแลต่อ
- ใบเสนอราคาสองใบของงานเดียวกันต่างกัน เพราะแต่ละเจ้าตีความโจทย์ต่างกัน และรวมบรรทัดไว้ไม่เท่ากัน
- ตัดสิ่งที่ยังไม่ต้องมีในวันแรกได้ แต่อย่าตัดการทดสอบ ความปลอดภัย และสิทธิ์ในโค้ด
- เขียนโจทย์หนึ่งหน้า แล้วส่งหน้าเดียวกันให้ทุกเจ้า ใบเสนอราคาจึงเทียบกันได้
ราคาคือผลรวมของการตัดสินใจที่คุณเลือกเอง
ถามผู้รับเหมาว่าสร้างบ้านเท่าไร เขาจะถามกลับว่ากี่ห้อง กี่ชั้น วัสดุแบบไหน “ค่าจ้างทำเว็บไซต์ราคาเท่าไหร่” และ “ค่าจ้างทำแอพเท่าไหร่” ก็เหมือนกัน งานชื่อเดียวกันอาจมีขนาดต่างกันมาก ส่วนที่คุณคุมได้คือการตัดสินใจแต่ละข้อที่รวมกันเป็นราคา
คำที่จะเจอตลอดบทคือ Scope หรือขอบเขตงาน รายการสิ่งที่ระบบต้องทำได้และสิ่งที่ไม่รวม ใบเสนอราคาที่ดีคือ Scope ที่มีราคากำกับทุกบรรทัด
สิบปัจจัยที่ขยับราคา
หน้าจอและขั้นตอน ปัจจัยใหญ่ที่สุด แอปสั่งอาหารมีหน้าเมนู ตะกร้า จ่ายเงิน และติดตามออเดอร์ หลังทุกหน้ามีระบบหลังบ้านและกรณีผิดพลาด เช่น ลูกค้าจ่ายแล้วแต่ร้านปิด ขั้นตอนที่ต้องถูกทุกครั้งแพงกว่าหน้าที่แค่แสดงข้อมูล
แพลตฟอร์ม เว็บไซต์ เว็บแอป iOS, Android หรือ LINE Mini App โค้ดชุดเดียวสำหรับสองระบบ (Cross-Platform) ประหยัดกว่าทำแยก ยกเว้นฟีเจอร์ที่ผูกกับตัวเครื่อง
ระดับการออกแบบ ชุดหน้าจอมาตรฐานที่ปรับสีและโลโก้ ถูกกว่าออกแบบใหม่ทุกหน้าพร้อมแอนิเมชัน ลงแรงออกแบบกับหน้าที่ลูกค้าใช้ทุกวันก็พอ
ระบบที่ต้องเชื่อม หรือ Integration ทั้ง ERP สต็อก POS ระบบสมาชิก Payment Gateway, LINE Login, ขนส่ง และ e-Tax Invoice ต้นทุนส่วนใหญ่มองไม่เห็นจากหน้าจอ (ดูโน้ตสำหรับทีมพัฒนาท้ายบท)
ฟีเจอร์ AI แชต OCR อ่านเอกสารภาษาไทย หรือระบบแนะนำสินค้า เพิ่มทั้งงานพัฒนา ค่าบริการรายเดือนตามการใช้ และการทดสอบกับตัวอย่างจริงจากงานของคุณ
เนื้อหาและภาษา ใครเขียนข้อความ ถ่ายภาพ เตรียมข้อมูลสินค้า หน้าจอสองภาษาต้องออกแบบและทดสอบสองชุด เพราะข้อความยาวไม่เท่ากัน
ความปลอดภัยและ PDPA ระบบที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีหน้าขอความยินยอม การลบข้อมูลเมื่อลูกค้าขอ การเข้ารหัส และการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Test)
การดูแลหลังเปิดใช้ โฮสติ้ง การอัปเดตตาม iOS และ Android และการแก้บั๊ก ราคาวันแรกเป็นแค่ส่วนหนึ่งของ TCO หรือต้นทุนรวมตลอดอายุระบบ
เวลาที่กดดัน กำหนดส่งที่สั้นกว่างานจริงต้องใส่คนเพิ่ม ราคาจึงขึ้น และคุณภาพมักลง
รูปแบบทีม ฟรีแลนซ์ เอเจนซีที่จ้างช่วงงานพัฒนา หรือ Software House ที่มีทีมออกแบบ พัฒนา และทดสอบเอง ราคาต่างเพราะสิ่งที่รวมต่างกัน รวมถึงคนที่คุณโทรหาได้ในอีกสองปี
| ปัจจัย | สิ่งที่ทำให้แพงขึ้น | สิ่งที่ทำให้ถูกลง | คำถามที่ควรถามผู้พัฒนา |
|---|---|---|---|
| หน้าจอและขั้นตอน | ขั้นตอนที่ผิดไม่ได้ เช่น จ่ายเงิน | ตัดหน้าที่ยังไม่มีใครใช้ | นับไว้กี่หน้าจอ กี่ขั้นตอน |
| แพลตฟอร์ม | iOS และ Android แยกโค้ด | Cross-Platform หรือเริ่มแพลตฟอร์มเดียว | ลูกค้าส่วนใหญ่ของเราใช้อะไร |
| ระดับการออกแบบ | ออกแบบใหม่ทุกหน้า แอนิเมชัน | ชุดหน้าจอมาตรฐาน | หน้าไหนออกแบบใหม่ หน้าไหนใช้มาตรฐาน |
| ระบบที่ต้องเชื่อม | ระบบเดิมไม่มี API หรือระบบทดสอบ | ส่งไฟล์เป็นรอบในเฟสแรก | ถ้าระบบปลายทางล่ม แอปทำอย่างไร |
| ฟีเจอร์ AI | ต้องแม่นทุกครั้งโดยไม่มีคนตรวจ | AI ช่วยร่าง คนตรวจก่อนส่ง | ค่าบริการรายเดือนของ AI คิดจากอะไร |
| เนื้อหาและภาษา | หลายภาษาตั้งแต่วันแรก | ทีมคุณเตรียมเนื้อหา เริ่มภาษาเดียว | ใครเตรียมข้อความ ภาพ และข้อมูลสินค้า |
| ความปลอดภัยและ PDPA | ข้อมูลการเงินหรือสุขภาพ | เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น | รวมหน้าขอความยินยอมและการลบข้อมูลไหม |
| การดูแลหลังเปิดใช้ | ไม่มีแผน ทุกการแก้คืองานใหม่ | แผนดูแลที่ระบุว่ารวมอะไร | ปีที่สองต้องจ่ายอะไรบ้าง |
| เวลา | กำหนดส่งสั้นกว่างานจริง | เปิดส่วนที่พร้อมก่อน | ถ้ายืดกำหนดส่ง ราคาเปลี่ยนไหม |
| รูปแบบทีม | รวมทดสอบ เอกสาร และรับประกัน | ฟรีแลนซ์สำหรับงานเล็ก | ใครทำงานจริง ใครรับสายเมื่อระบบล่ม |
อ่านใบเสนอราคาทีละบรรทัด
ใบเสนอราคาที่อ่านง่ายที่สุดมักอันตรายที่สุด สามบรรทัด หนึ่งราคา สิ่งที่ไม่ได้เขียนคือสิ่งที่คุณจะจ่ายเพิ่มทีหลัง ใบที่ครบมักมีการเก็บความต้องการและ Prototype การออกแบบ การพัฒนา ระบบหลังบ้าน การเชื่อมระบบ การทดสอบและ UAT การขึ้นเซิร์ฟเวอร์หรือขึ้นสโตร์ เอกสารและ Source Code การอบรม และแผนดูแล
อ่านใบเสนอราคาทีละบรรทัด
- ขั้น 1 แยกของที่ได้รับออกจากงานที่ทำ ขีดเส้นใต้บรรทัดที่เป็นของ เช่น แอปบนสโตร์ หรือเอกสาร บรรทัดที่มีแต่คำว่า “พัฒนา” หรือ “ดูแล” ให้ถามว่าจะได้อะไร
- ขั้น 2 หาบรรทัดที่หายไป เทียบกับรายการข้างบน ที่หายบ่อยคือหลังบ้าน การทดสอบ และเอกสาร ถามว่าไม่รวม หรืออยู่ในบรรทัดอื่น
- ขั้น 3 หาสมมติฐาน เช่น ลูกค้าเตรียมเนื้อหาเอง หรือระบบเดิมมี API พร้อมใช้ สมมติฐานที่ผิดกลายเป็นงานเพิ่ม
- ขั้น 4 อ่านเงื่อนไขการเปลี่ยนขอบเขต ขอเพิ่มหน้าจอกลางทางคิดอย่างไร ใครอนุมัติ และกระทบกำหนดส่งแค่ไหน
- ขั้น 5 ผูกงวดจ่ายกับสิ่งที่เห็นได้ งวดที่ผูกกับ Prototype ที่กดได้หรือระบบที่ทดลองใช้ได้ ดีกว่างวดที่ผูกกับวันที่
- ขั้น 6 ส่งคำถามกลับ ไม่เกินสิบข้อต่อใบ ใครตอบตรงและเร็ว คือคนที่คุณจะทำงานด้วยอีกหลายเดือน
ทำไมใบเสนอราคาสองใบของงานเดียวกันถึงต่างกัน
เมื่อโจทย์ไม่ชัด แต่ละเจ้าเติมช่องว่างด้วยสมมติฐานของตัวเอง “ระบบสมาชิก” ของเจ้าหนึ่งคือสมัครด้วยอีเมล ของอีกเจ้าคือ LINE Login พร้อมระดับสมาชิกและคะแนน ใบหนึ่งรวมหลังบ้าน การทดสอบ และเอกสาร อีกใบมีแค่ตัวแอป ทีมที่ทดสอบกรณีผิดพลาดและเขียนโค้ดให้คนอื่นอ่านต่อได้ใช้เวลามากกว่า ส่วนที่ประหยัดไปมักกลับมาเป็น Technical Debt ในปีที่สอง และราคาคงที่มีค่าความแน่นอนรวมอยู่ ส่วนราคารายชั่วโมงย้ายความเสี่ยงมาที่คุณ
กรณีจำลอง
บริษัทเครื่องสำอางในนนทบุรี (ชื่อและรายละเอียดสมมติ) ต้องการแอปสะสมคะแนนที่เชื่อมกับ POS ของร้าน เจ้าของส่งโจทย์สั้น ๆ ให้สองเจ้า ใบแรกจากฟรีแลนซ์มีสามบรรทัด แอป iOS และ Android ระบบสมาชิก และแจ้งเตือน ใบที่สองจาก Software House มีสิบสี่บรรทัดและสูงกว่ามาก เจ้าของเกือบเลือกใบแรกทันที
พอวางสองใบข้างกัน ใบแรกไม่มีหลังบ้าน ทีมการตลาดต้องขอผู้พัฒนาเพิ่มโปรโมชันทุกครั้ง ไม่เชื่อม POS คะแนนต้องคีย์มือ และไม่มีหน้าขอความยินยอมตาม PDPA เจ้าของเขียนโจทย์ใหม่หนึ่งหน้าส่งให้ทั้งสองเจ้า ใบแรกเพิ่มบรรทัดและราคาขยับขึ้น ใบที่สองเสนอเฟสแรกบนแพลตฟอร์มเดียว ส่วนต่างแคบลงจนตัดสินได้ด้วยคำถามเดียว ใครรับผิดชอบเมื่อการเชื่อม POS มีปัญหา
ตัดอะไรได้ และอะไรไม่ควรตัด
เมื่อราคาเกินงบ ให้ตัดสิ่งที่ยังไม่ต้องมีในวันแรก และคงคุณภาพของสิ่งที่ต้องมี
ตัดได้: แพลตฟอร์มที่สอง ภาษาที่ยังไม่มีลูกค้า แอนิเมชัน ฟีเจอร์หลังบ้านที่ยังไม่มีคนใช้ การเชื่อมที่ส่งไฟล์เป็นรอบแทนได้ และฟีเจอร์ AI ที่ยังไม่มีข้อมูลพอทดสอบ
ไม่ควรตัด: การทดสอบและ UAT ความปลอดภัยและหน้าขอความยินยอม การสำรองข้อมูล หลังบ้านสำหรับข้อมูลหลัก ระบบทดสอบ (Staging) ที่แยกจากของจริง เอกสาร และ Source Code Ownership ที่ชัดในสัญญา ตัดแล้วถูกลงวันนี้ แต่คุณจะต้องพึ่งผู้พัฒนารายเดิมไปตลอด หรือที่เรียกว่า Vendor Lock-In
ก่อนขอใบเสนอราคา เตรียมสิ่งเหล่านี้ในหนึ่งหน้า
- ผู้ใช้คือใคร กี่กลุ่ม แต่ละกลุ่มต้องทำอะไรได้ในวันแรก
- งานหลักเรียงตามความสำคัญ และสิ่งที่ยังไม่ต้องมี
- แพลตฟอร์มที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้จริง
- ระบบเดิมที่ต้องเชื่อม มี API หรือไม่ และใครดูแลระบบนั้น
- ข้อมูลที่เก็บ มีข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลอ่อนไหวหรือไม่
- ภาษาในวันแรก และใครเตรียมเนื้อหา
- ใครดูแลหลังเปิดใช้ ทีมของคุณหรือผู้พัฒนา
- กำหนดส่ง เหตุผลของกำหนดนั้น และตัวชี้วัดว่าสำเร็จ
ทำเป็นเฟส จ่ายตามสิ่งที่พิสูจน์แล้ว
เฟสแรกคือขั้นตอนที่สร้างรายได้หรือลดงานได้ทันที เปิดใช้ วัดผล แล้วตัดสินเฟสถัดไปจากตัวเลขจริง แนวคิดเดียวกับ MVP ตัวอย่างอยู่ใน จากไอเดียสู่สินค้าทดลองภายใน 7 วัน แต่ละเฟสต้องมี Scope และราคาของตัวเอง และของในเฟสแรกต้องต่อยอดได้โดยไม่รื้อ ถามให้ชัดก่อนเซ็นว่า “เฟส 2” รวมในราคาแล้วหรือคิดแยก
ถ้าโจทย์ยังไม่นิ่งพอจะเขียนเป็น Scope อ่าน ก่อนจ้างบริษัทพัฒนา AI ต้องเตรียมอะไรบ้าง ถ้าอยากรู้ว่างานนี้คุ้มไหม อ่าน ธุรกิจของคุณเสียเงินกับงาน Manual เดือนละเท่าไร
สำหรับทีมพัฒนา · งานที่อยู่ในบรรทัด “เชื่อมระบบ”
บรรทัด “เชื่อมระบบ X” มีงานอย่างน้อยหกส่วน Auth: API Key, OAuth หรือ Service Account การหมุน Key และสิทธิ์ที่แคบที่สุด Error Handling: Timeout, Retry ที่ไม่ทำรายการซ้ำ (Idempotency) และคิวเก็บรายการที่ส่งไม่ผ่าน Data Mapping: ฟิลด์ชื่อเหมือนแต่ความหมายต่าง หน่วย รหัสสินค้า และการเข้ารหัสภาษาไทย Environment: ระบบเดิมหลายตัวไม่มี Sandbox Rate Limit: ส่งเป็นชุดเมื่อปลายทางจำกัดจำนวนครั้ง Reconciliation: รายงานกระทบยอดรายวัน ประเมินเวลาจากหกส่วนนี้ การนับ API Endpoint อย่างเดียวจะต่ำกว่าจริงเสมอ
วิธีที่เราทำให้ราคาชัดก่อนเริ่มงาน
ข้อมูลที่กำหนดราคาอยู่ในหัวของคนในบริษัทคุณ ฝ่ายขายรู้ว่าลูกค้าสั่งอย่างไร ฝ่ายบัญชีรู้ว่าเอกสารต้องออกแบบไหน ฝ่ายไอทีรู้ว่าระบบเดิมเชื่อมได้แค่ไหน DNA Maker เริ่มจากฟังคนเหล่านี้ เขียนเป็นหน้าจอ ขั้นตอน และระบบที่ต้องเชื่อม แล้วกำหนดขอบเขตและราคาคงที่ก่อนเริ่มงาน
จากนั้นเราทำ Prototype ที่กดได้จริงให้ทีมคุณลอง และเริ่มสร้างระบบเมื่อคุณอนุมัติ Prototype แล้ว ทีมที่ทำเป็นทีมของเราเองทั้งหมด ไม่มีการจ้างช่วง คุณเห็น Demo ทุกสัปดาห์ และได้รับ Source Code ตามขอบเขต งานขนาดใหญ่เราเสนอเฟสแรกที่เปิดใช้ได้จริงก่อน ดูหน้าตาเอกสารของเราได้ที่ ตัวอย่าง Proposal อยากรู้ราคาประเมินของโจทย์คุณ เล่าให้ Dream ฟัง ได้คำตอบภายในไม่กี่นาที หรือดูบริการ พัฒนาเว็บไซต์ AI และ พัฒนาแอปพลิเคชัน AI เราทำมาแล้วกว่า 500 โปรเจกต์ รวมถึงงานให้ธนาคาร โรงพยาบาล และกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของไทย
SOFTWARE ENGINEERING GLOSSARY
คลังคำศัพท์การพัฒนาซอฟต์แวร์
| คำศัพท์ | คืออะไร | ตัวอย่างที่เข้าใจง่าย | คำถามที่ผู้บริหารควรถามทีมพัฒนา |
|---|---|---|---|
| Scope | รายการสิ่งที่ระบบต้องทำได้ และสิ่งที่ไม่รวม | “สมัครด้วย LINE ได้ แต่ยังไม่มีระดับสมาชิก” | สิ่งที่เราขอวันนี้ ข้อไหนอยู่นอก Scope? |
| Prototype | หน้าจอที่กดได้จริงก่อนเขียนโค้ด | ทีมขายลองกดสั่งซื้อแล้วพบว่าขาดหน้ายืนยัน | เราจะได้ลอง Prototype ก่อนเริ่มสร้างระบบไหม? |
| Integration | การเชื่อมระบบใหม่กับระบบเดิมให้ส่งข้อมูลกันได้ | แอปดึงสต็อกจาก POS ทุกห้านาที | ถ้าระบบปลายทางล่ม ผู้ใช้เห็นอะไร? |
| Source Code Ownership | ข้อตกลงว่าโค้ดเป็นของใครหลังส่งมอบ | บริษัทได้โค้ดและเอกสารครบ จ้างทีมอื่นแก้ต่อได้ | หลังงวดสุดท้าย โค้ดเป็นของเราไหม และเก็บไว้ที่ไหน? |
| Vendor Lock-In | สภาพที่เปลี่ยนผู้พัฒนาไม่ได้ เพราะไม่มีโค้ด เอกสาร หรือสิทธิ์ | โดเมนและบัญชีนักพัฒนาอยู่ในชื่อผู้รับจ้าง | ถ้าเลิกจ้างพรุ่งนี้ เราทำงานต่อเองได้ไหม? |
